องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (US FDA) ปลด Black Box Warning ของ TRT เรื่องความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดแล้ว — ปี 2026 ผู้ชายไทยควรรู้อะไรบ้าง

 

เขียนโดย: นพ. ธนาคม สุขเจริญ
แพทย์ด้านสุขภาพเพศและเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน
Max Wellness Clinic
ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์: มิถุนายน 2026


ถ้าคุณเคยสนใจเรื่องการรักษาด้วยฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน (TRT) แต่ถูกปรามว่า “อันตรายต่อหัวใจ” — ข้อมูลนั้นเก่าแล้วครับ

เพราะเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2025 องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ได้ทำสิ่งที่วงการแพทย์รอมานานกว่า 10 ปี: ถอด Black Box Warning (คำเตือนด้านความปลอดภัยระดับสูงสุด) เรื่องความเสี่ยงโรคหัวใจออกจากฉลากผลิตภัณฑ์ TRT และล่าสุดในปี 2026 ก็มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องที่ใหญ่กว่านั้นอีก

บทความนี้อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงสำคัญ และหมายความว่าอะไรสำหรับผู้ชายที่กำลังพิจารณาตรวจฮอร์โมนในไทย


Black Box Warning คืออะไร และทำไมถึงมีตั้งแต่แรก?

Black Box Warning คือคำเตือนระดับสูงสุดที่ FDA ใส่ไว้บนฉลากยา — สีดำล้อมกรอบ ไม่มีทางมองข้ามได้

ในกรณีของ TRT คำเตือนนี้เกิดขึ้นในปี 2014-2015 หลังจากมีรายงานว่าผู้ชายที่ใช้ TRT บางส่วนเกิดภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดเพิ่มขึ้น FDA จึงสั่งให้บริษัทยาระบุคำเตือนนี้บนทุกผลิตภัณฑ์ และสั่งให้ทำการศึกษาวิจัยขนาดใหญ่เพื่อหาคำตอบที่ชัดเจน

ผลลัพธ์คือ TRAVERSE Trial — การศึกษาที่ใหญ่และเข้มงวดที่สุดในประวัติศาสตร์ของ TRT


TRAVERSE Trial: งานวิจัยที่เปลี่ยนทุกอย่าง

การศึกษา TRAVERSE ใช้เวลาหลายปีและมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 5,200 คน โดยเป็นผู้ชายอายุ 45-80 ปีที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนและมีความเสี่ยงโรคหัวใจอยู่แล้ว — กลุ่มที่น่ากังวลที่สุด

ผลลัพธ์ที่ได้:

เหตุการณ์หัวใจและหลอดเลือดร้ายแรง (หัวใจวาย/โรคหลอดเลือดสมอง) เกิดขึ้นในกลุ่มที่ได้รับ TRT 7.0% เทียบกับกลุ่ม Placebo 7.3% — ไม่มีความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ

กล่าวง่าย ๆ คือ TRT ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจในผู้ชายที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนจริง ๆ

FDA ได้รับข้อมูลนี้ และในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ: ถอด Black Box Warning เรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือดออกจากผลิตภัณฑ์ TRT


สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาในปี 2026

การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หยุดแค่นั้น ในปี 2026 มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องอีก 2 เรื่องสำคัญ

เรื่องที่ 1: ถอดคำเตือนมะเร็งต่อมลูกหมากออกบางส่วน

ปัจจุบัน HHS ได้เสนอให้ทบทวนและแก้ไขคำเตือนเรื่องมะเร็งต่อมลูกหมากใหม่ โดยระบุว่า TRT ควรห้ามใช้เฉพาะในผู้ที่มีมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจาย (Metastatic Prostate Cancer) เท่านั้น ไม่ใช่ห้ามแบบเหมารวมเหมือนก่อน เพราะงานวิจัยปัจจุบันไม่พบหลักฐานว่า TRT ทำให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในคนที่ไม่มีโรคนี้อยู่ก่อน

เรื่องที่ 2: FDA เปิดทางให้ TRT รักษา “ความต้องการทางเพศต่ำ” อย่างเป็นทางการ

ในเดือนเมษายน 2026 FDA ได้ออกประกาศเชิญชวนผู้ผลิตยา TRT ให้ยื่นข้อมูลเพื่อขอ Indication ใหม่ (sNDA): การรักษาภาวะความต้องการทางเพศต่ำ (Low Libido) ในผู้ชายที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนแบบไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic Hypogonadism)

ก่อนหน้านี้ TRT ได้รับการอนุมัติเฉพาะในผู้ชายที่มีสาเหตุชัดเจน เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือโครงสร้าง — แต่ตอนนี้ FDA กำลังเปิดประตูสำหรับกลุ่มที่กว้างกว่านั้น


ทำความเข้าใจให้ถูก: อะไรที่ยังคงเหมือนเดิม

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ใหญ่มาก แต่ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง

TRT ยังไม่ใช่ยาสำหรับทุกคน

FDA ไม่ได้อนุมัติให้ใครก็ตามที่รู้สึกเหนื่อยหรืออยากมีพลังงานมากขึ้นใช้ TRT ได้ตามใจ การวินิจฉัยยังต้องอาศัย 2 สิ่งประกอบกันเสมอ:

  1. อาการ ที่สอดคล้องกับภาวะพร่องฮอร์โมน
  2. ค่าเลือด ที่ยืนยันระดับเทสโทสเตอโรนต่ำ (ตรวจตอนเช้า ตรวจซ้ำ 2 ครั้ง)

ข้อควรระวังที่ยังมีอยู่

แม้จะถอด Black Box Warning ด้านหัวใจออกแล้ว แต่ FDA ยังคงให้ใส่คำเตือนเรื่อง ความดันโลหิตสูง ไว้บนฉลาก นอกจากนี้ TRT ยังมีผลกดการผลิตฮอร์โมนตามธรรมชาติ และกระทบภาวะเจริญพันธุ์ ดังนั้นคนไข้ที่มีความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไต หรือมีความเสี่ยงลิ่มเลือด ควรได้รับการประเมินและติดตามใกล้ชิด ไม่ควรเริ่ม TRT เอง


หมายความว่าอะไรสำหรับผู้ชายไทย?

วงการแพทย์ไทยติดตามแนวทางของ FDA และองค์กรระดับโลกอย่าง American Urological Association อย่างใกล้ชิด การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลต่อวิธีที่แพทย์ไทยมองและอธิบายเรื่อง TRT ให้คนไข้

สิ่งที่ควรรู้:

  • ถ้าเคยถูกปฏิเสธ TRT เพราะ “กลัวโรคหัวใจ” ข้อมูลตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว ควรพูดคุยกับแพทย์อีกครั้ง
  • ถ้ามีอาการที่สงสัยว่าเกี่ยวกับฮอร์โมน ควรตรวจให้ชัดก่อน อย่าวินิจฉัยเอง
  • TRT ที่ดีต้องมีแพทย์ดูแลตลอด ไม่ใช่แค่ได้ยามาแล้วจบ

สรุป

ในเวลาไม่ถึง 2 ปี FDA ได้:

✅ ถอด Black Box Warning เรื่องหัวใจและโรคหลอดเลือดออกจาก TRT ทั้งหมด (กุมภาพันธ์ 2025)

✅ ทบทวนคำเตือนเรื่องมะเร็งต่อมลูกหมากให้สอดคล้องกับหลักฐานใหม่ (มิถุนายน 2026)

✅ เริ่มกระบวนการพิจารณา indication ใหม่สำหรับ Low Libido ในผู้ชายที่มี Idiopathic Hypogonadism (เมษายน 2026)

นี่ไม่ใช่สัญญาณว่า TRT ปลอดภัยสำหรับทุกคน แต่เป็นสัญญาณว่า ความกลัวที่ไม่มีหลักฐานรองรับกำลังถูกถอดออกทีละชิ้น เหลือไว้แต่ข้อมูลที่เป็นจริง


บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการรักษาใดๆ เสมอ

แหล่งอ้างอิง: FDA Press Release (February 28, 2025), Federal Register Notice (April 20, 2026), TRAVERSE Trial — NEJM, HHS Announcement (June 18, 2026), Urology Times, CNN Health, Healthline

บทความที่เกี่ยวข้อง