เขียนโดย: นพ. ธนาคม สุขเจริญ แพทย์ด้านสุขภาพเพศและเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน Max Wellness Clinic ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์: สิงหาคม 2026
งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Men’s Health ปี 2026 มีงานวิจัยแบบ Mendelian Randomization พบว่า “ไม่พบหลักฐานเชิงสาเหตุว่า การใช้วิตามินหรือแร่ธาตุเสริมช่วยป้องกัน ED ได้” ในทางตรงกันข้าม การเสริมกลูโคซามีน คอนดรอยติน โครเมียม และซีลีเนียม กลับมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยง ED ที่เพิ่มขึ้น ผลลัพธ์นี้สวนทางกับความเชื่อที่แพร่หลายในตลาด supplement สุขภาพทางเพศชายอย่างมาก
ตลาด supplement สุขภาพทางเพศชายเติบโตมาจากงานวิจัยเชิงสังเกตการณ์ (observational study) หลายชิ้นในอดีต ที่พบว่าผู้ชายที่ขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิดมีอัตรา ED สูงกว่าคนทั่วไป ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปตีความและทำการตลาดว่า การเสริมวิตามินแร่ธาตุจะช่วยป้องกันหรือรักษา ED ได้ ทั้งที่ความสัมพันธ์เชิงสังเกตการณ์ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีเหตุผลจริง
งานวิจัยนี้ใช้วิธี Mendelian Randomization (MR) ซึ่งเป็นวิธีทางสถิติที่ใช้ข้อมูลพันธุกรรมเป็นตัวแทน (proxy) ของการได้รับสารอาหารระยะยาว แทนการวัดพฤติกรรมการกินโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดปัญหาตัวแปรกวน (confounding) ที่มักเกิดในงานวิจัยเชิงสังเกตการณ์ทั่วไป เช่น คนที่กิน supplement อาจมีพฤติกรรมสุขภาพด้านอื่นดีกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ทำให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อน
นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูล genome-wide association study (GWAS) แบบสองทิศทาง เพื่อดูว่าการเสริมวิตามินแร่ธาตุแต่ละชนิดมีความสัมพันธ์เชิงเหตุ-ผลกับความเสี่ยง ED หรือไม่
| สาร | ผลลัพธ์ |
|---|---|
| วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ที่ศึกษา | ไม่พบผลป้องกัน ED |
| กลูโคซามีนคอนดรอยติน | สัมพันธ์กับความเสี่ยง ED เพิ่มขึ้น |
| โครเมียม | สัมพันธ์กับความเสี่ยง ED เพิ่มขึ้น |
| ซีลีเนียม | สัมพันธ์กับความเสี่ยง ED เพิ่มขึ้น |
ขนาดความสัมพันธ์ที่พบโดยรวมไม่ใหญ่มาก โดย chromium และ selenium มี effect size ค่อนข้างเล็ก ส่วน glucosamine chondroitin สูงกว่าเล็กน้อย แต่ทั้งหมดมีนัยสำคัญทางสถิติในโมเดลหลัก
กลไกที่แน่ชัดยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างสมบูรณ์ แต่นักวิจัยตั้งข้อสังเกตไว้บางส่วน เช่น โครเมียมในปริมาณสูงอาจส่งผลต่อกระบวนการสร้างฮอร์โมนเพศชายและความสมดุลของสารต้านอนุมูลอิสระในอัณฑะ ส่วนซีลีเนียมที่มากเกินไปอาจเกี่ยวข้องกับความเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress) ในบางบริบท อย่างไรก็ตาม กลไกเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นสมมติฐาน ต้องการงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน
ไม่ใช่ข้อสรุปที่ตรงไปตรงมาขนาดนั้น มีข้อควรพิจารณาสำคัญ
สิ่งที่งานวิจัยนี้บอกได้ชัดเจนที่สุดคือ: ไม่มีหลักฐานสนับสนุนว่าการซื้อ supplement วิตามินแร่ธาตุมากินเองเพื่อป้องกัน ED จะได้ผล และบางชนิดอาจมีความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดด้วยซ้ำ
แนวทางที่มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนกว่าการเสริมวิตามิน แร่ธาตุเดี่ยว ๆ ได้แก่
Supplement วิตามินรวมที่ขายทั่วไปอันตรายกับ ED ไหม งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่าวิตามินรวมทั่วไปเป็นอันตราย แต่พบว่าไม่มีหลักฐานว่าช่วยป้องกัน ED ได้ ส่วนสารที่พบความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นคือกลูโคซามีน คอนดรอยติน โครเมียม และซีลีเนียมโดยเฉพาะ
ผมกินกลูโคซามีนรักษาข้อเข่าอยู่ ต้องหยุดไหม ไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ งานวิจัยนี้เป็นข้อมูลเชิงสถิติระดับประชากร ไม่ใช่คำแนะนำให้หยุดการรักษาที่แพทย์สั่งไว้ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเรื่องข้อเข่าร่วมกับแพทย์ด้านสุขภาพทางเพศ
Mendelian Randomization น่าเชื่อถือกว่างานวิจัยทั่วไปแค่ไหน เป็นวิธีที่ช่วยลดปัญหาตัวแปรกวนได้ดีกว่างานวิจัยเชิงสังเกตการณ์ทั่วไป แต่ยังมีข้อจำกัด เช่น ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากประชากรเชื้อสายยุโรป และเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระดับประชากร ไม่ใช่การทดลองในผู้ป่วยจริงแบบ RCT
มีอาหารเสริมชนิดไหนที่มีหลักฐานช่วย ED บ้างไหม จากงานวิจัยนี้ ยังไม่พบวิตามินหรือแร่ธาตุชนิดใดที่มีหลักฐานป้องกัน ED ได้ชัดเจน การดูแลสาเหตุต้นตอผ่านการตรวจกับแพทย์ยังเป็นแนวทางที่มีหลักฐานสนับสนุนมากกว่า
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ไม่ควรหยุดหรือเริ่มการใช้ยาหรือ supplement ใดๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน