ฮอร์โมนเพศชายต่ำแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ? อัปเดตเกณฑ์วินิจฉัย 2026

เขียนโดย: นพ. ธนาคม สุขเจริญ แพทย์ด้านสุขภาพเพศและเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน Max Wellness Clinic | ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์: กรกฎาคม 2026


“หมอบอกว่าฮอร์โมนปกติ แต่ผมรู้สึกว่าไม่ปกติเลย”

นี่คือประโยคที่ผมได้ยินบ่อยมากในคลินิกครับ และจริงๆ แล้วมันสะท้อนปัญหาที่วงการแพทย์กำลังถกเถียงกันอยู่พอดี — ตัวเลขเท่าไหร่กันแน่ที่เรียกว่า “Low T”?

คำตอบนั้นซับซ้อนกว่าที่คิดครับ และในปี 2026 วงการแพทย์มีมุมมองใหม่ที่น่าสนใจมากขึ้น


ทำไมเกณฑ์วินิจฉัย Low T ถึงไม่มีตัวเลขเดียว?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนครับว่า ไม่มีองค์กรการแพทย์ไหนในโลกที่ตกลงกันได้เรื่องตัวเลขเดียว สำหรับการวินิจฉัย Low T

เหตุผลหลักคือ Testosterone ในแต่ละคนแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับ

  • อายุ
  • ช่วงเวลาที่เจาะเลือด
  • Lab ที่ใช้วัด
  • สุขภาพโดยรวม
  • อาการที่แสดงออกมา

ดังนั้น “ตัวเลข” จึงเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการวินิจฉัย ไม่ใช่ทั้งหมด


ตารางเปรียบเทียบเกณฑ์จากองค์กรสำคัญทั่วโลก

องค์กร เกณฑ์ Total Testosterone
AUA (American Urological Association) < 300 ng/dL (10.4 nmol/L)
Endocrine Society < 264 ng/dL (9.2 nmol/L) อาการร่วมกับ testosterone ต่ำอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ
EAU (European Association of Urology) < 350 ng/dL (12 nmol/L)
ISSM/ISSAM < 350 ng/dL (12 nmol/L)
AACE (American Association of Clinical Endocrinologists) < 200 ng/dL (6.9 nmol/L)
International Society of Andrology < 230 ng/dL (8.0 nmol/L)
Australian Guidelines ปรับตามอายุ — ต่ำกว่า 300 ng/dL สำหรับอายุ <35 ปี ลดลงตามอายุ

ช่วง 200-350 ng/dL คือ “Grey Zone” ที่แพทย์แต่ละคนอาจตัดสินใจต่างกัน


เกณฑ์ที่ใช้มากที่สุดในปัจจุบัน

AUA ใช้ < 300 ng/dL เป็นเกณฑ์หลัก และนี่คือตัวเลขที่แพทย์ส่วนใหญ่ในไทยอ้างอิงครับ

แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่หลายคนไม่รู้ว่า AUA กำหนดไว้ด้วย

1. ต้องตรวจเลือด 2 ครั้ง ในคนละวัน โดยแปลผลร่วมกับอาการ ในทางปฏิบัติ แพทย์อาจนัดตรวจซ้ำภายใน 1–3 สัปดาห์ ขึ้นกับบริบทของคนไข้
   ทั้ง 2 ครั้งต้องได้ค่าต่ำกว่า 300 ng/dL
   
2. ต้องเจาะเลือดตอนเช้า 7:00-11:00 น. เท่านั้น
   เพราะ Testosterone สูงสุดในช่วงนี้
   
3. การวินิจฉัยควรมีอาการหรืออาการแสดงที่สอดคล้องกับภาวะ testosterone deficiency ร่วมกับผลเลือดต่ำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ดูจากตัวเลขอย่างเดียว

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในปี 2025-2026

งานวิจัยใหม่จาก Journal of Urology 2025

มีแนวคิดใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจในวงการครับ นักวิจัยจาก Chang Gung Memorial Hospital เสนอว่า การใช้ตัวเลขเดียวสำหรับทุกคนอาจไม่เพียงพอ

แนวคิดใหม่นี้เสนอให้พิจารณา

  • Organ-specific thresholds — อวัยวะต่างกัน ต้องการ Testosterone ในระดับต่างกัน
  • Circadian thresholds — ระดับฮอร์โมนในช่วงเวลาต่างๆ ของวัน

Brazilian Position Statement 2026

ในปี 2026 Brazil ออก Joint Position Statement โดย Brazilian Society of Endocrinology, Brazilian Society of Urology และ Brazilian Association for Sexual Medicine ร่วมกัน เน้นย้ำว่า การวินิจฉัยต้องอาศัยทั้งอาการและ Lab ร่วมกัน ไม่ใช่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว


แล้วถ้าค่าอยู่ใน Grey Zone 200-350 ng/dL ทำอย่างไร?

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับคนที่ตรวจแล้วได้ค่าในช่วงนี้ครับ

คำตอบคือ — ดูอาการเป็นหลัก

ถ้าค่าอยู่ที่ 250 ng/dL แต่ไม่มีอาการใดๆ เลย อาจไม่จำเป็นต้องรักษา

ถ้าค่าอยู่ที่ 280 ng/dL แต่มีอาการชัดเจนหลายอย่าง อาจเหมาะกับการรักษา


อาการที่ต้องมีร่วมกับค่าต่ำ

AUA กำหนดว่าต้องมีอาการอย่างน้อย 1 ข้อจากกลุ่มนี้

อาการจำเพาะ (Specific)

☐ ความต้องการทางเพศลดลง (Decreased libido)
☐ การแข็งตัวลดลงหรือ ED
☐ การหลั่งช้าลง
☐ หน้าอกโต (Gynecomastia)
☐ ขนตามร่างกายลดลง
☐ อัณฑะเล็กลง

อาการไม่จำเพาะ (Non-specific) — ต้องระวังสับสนกับโรคอื่น

☐ เหนื่อยล้าเรื้อรัง
☐ อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า
☐ กล้ามเนื้อลดลง ไขมันเพิ่มขึ้น
☐ สมาธิสั้น ความจำแย่ลง
☐ นอนไม่หลับ

วิธีตรวจที่ถูกต้อง — ขั้นตอนที่แพทย์ควรทำ

ขั้นตอนที่ 1 — ตรวจ Total Testosterone ครั้งแรก เจาะเลือดตอนเช้า 7:00-11:00 น.

ขั้นตอนที่ 2 — ถ้าต่ำกว่า 300 ng/dL → ตรวจซ้ำ ห่างจากครั้งแรก 1-3 สัปดาห์ ในช่วงเวลาเดียวกัน

ขั้นตอนที่ 3 — ถ้ายืนยัน Low T → ตรวจเพิ่มเติม

☐ LH และ FSH — แยก Primary vs Secondary Hypogonadism
☐ Prolactin — ถ้า LH ต่ำหรือปกติ
☐ Estradiol — ถ้ามีอาการหน้าอกโต
☐ SHBG — คำนวณ Free Testosterone
☐ CBC, Liver function, Lipid profile

Free Testosterone สำคัญกว่า Total Testosterone ไหม?

ในบางกรณีครับ โดยเฉพาะในผู้ชายสูงอายุที่มี SHBG สูง

Total Testosterone = ฮอร์โมนทั้งหมดในเลือด รวมที่จับกับ protein

Free Testosterone = ส่วนที่ร่างกายนำไปใช้ได้จริงๆ (ประมาณ 2-3%)

โดยทั่วไป Total Testosterone ยังเป็นการตรวจเริ่มต้น แต่ Free Testosterone มีประโยชน์เมื่อ Total T อยู่ก้ำกึ่ง หรือมีภาวะที่ทำให้ SHBG ผิดปกติ เช่น อ้วนลงพุง เบาหวานสูงอายุ โรคตับ ไทรอยด์ผิดปกติ หรือใช้ยาบางชนิดครับ


สรุป: ตัวเลขไม่ใช่ทุกอย่าง

จากที่อ่านมาทั้งหมด สรุปได้ว่า

AUA ใช้ < 300 ng/dL เป็นเกณฑ์หลักที่แพทย์ไทยส่วนใหญ่อ้างอิง

ต้องตรวจ 2 ครั้ง ตอนเช้าเท่านั้น ถึงจะวินิจฉัยได้

ต้องมีอาการร่วม ไม่ใช่แค่ตัวเลขต่ำ

Grey Zone 200-350 ng/dL ต้องใช้ดุลยพินิจของแพทย์และอาการผู้ป่วย

แนวโน้มปี 2026 วงการแพทย์กำลังมุ่งไปทาง individualized approach มากขึ้น ไม่ใช่ตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน

ถ้าคุณสงสัยว่าตัวเองมีปัญหาฮอร์โมน อย่ามัวแต่ Google หาตัวเลขเปรียบเทียบครับ — มาตรวจเลือดและพูดคุยกับแพทย์เฉพาะทางจะได้คำตอบที่ถูกต้องและตรงกับตัวคุณที่สุด


บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการรักษาใดๆ เสมอ

แหล่งอ้างอิง: AUA Testosterone Deficiency Guideline 2018 (Updated 2024) | ICSM 2024 Male Hypogonadism Recommendations, Sexual Medicine Reviews 2025 | A New Framework for Testosterone Deficiency: Integrating Organ-Specific and Circadian Thresholds, Journal of Urology 2025 | Brazilian Joint Position Statement on Male Hypogonadism 2026, International Brazilian Journal of Urology 

บทความที่เกี่ยวข้อง