Male Libido Disorder: เจาะลึกความต้องการทางเพศลดลงในผู้ชายและแนวทางรักษาล่าสุด

ภาวะความต้องการทางเพศลดลงในผู้ชาย (Low Libido) ไม่ใช่แค่เรื่องของฮอร์โมนต่ำเสมอไป แต่อาจเกิดจากความเครียด ยาที่กิน โรคเรื้อรัง หรือภาวะทางจิตใจ บทความนี้หอมจะมาเล่าเกี่ยวกับสาเหตุ และแนวทางการรักษาที่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับมีตั้งแต่การปรับไลฟ์สไตล์ การใช้ Testosterone (TRT) ไปจนถึงนวัตกรรมใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตาในวงการวิจัย


1. Low Libido vs Male HSDD: เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์?

ในทางการแพทย์ เราไม่ได้ดูแค่ความถี่ของการมีเซ็กส์ แต่เราพิจารณาตามเกณฑ์ Male Hypoactive Sexual Desire Disorder (Male HSDD):

  • อาการขาดจินตนาการหรือความต้องการทางเพศอย่างต่อเนื่อง (มักเกิน 6 เดือน)

  • ภาวะนี้ต้องสร้าง ความทุกข์ใจ (Distress) ให้แก่เจ้าตัว หรือกระทบความสัมพันธ์อย่างชัดเจน

  • บางคนสับสนระหว่าง ED (นกเขาไม่ขัน) กับ Low Libido (ความอยากลดลง) ซึ่งจริง ๆ แล้วสองเรื่องนี้มักเป็นวงจรที่ส่งผลต่อกัน การแยกให้ออกว่า ใจไม่อยาก หรือ กายไม่สู้’คือก้าวแรกของการรักษาที่ตรงจุด

2. เจาะสาเหตุ: ทำไมความอยากถึงหายไป? (The Multi-Factorial Causes)

แนวทางเวชปฏิบัติของ EAU (European Association of Urology) แบ่งสาเหตุไว้ดังนี้:

ปัจจัยด้านร่างกาย & ฮอร์โมน ปัจจัยด้านจิตใจ & ไลฟ์สไตล์
Hypogonadism: เทสโทสเตอโรนต่ำ Mental Health: ซึมเศร้า, วิตกกังวล, PTSD
Hyperprolactinemia: โปรแลคตินสูงผิดปกติ Stress: ความเครียดสะสมจากการทำงาน/ครอบครัว
Medications: ยาต้านซึมเศร้า (SSRI), ยาแก้แพ้บางชนิด Relationship Issues: ความขัดแย้งกับคู่รัก
Co-morbidities: เบาหวาน, ความดัน, โรคไต, HIV Sleep Apnea: การนอนกรน/หยุดหายใจขณะหลับ

 

3. ขั้นตอนการวินิจฉัยในทางคลินิก

เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่แม่นยำ การตรวจจะครอบคลุม 3 ส่วนหลัก:

  1. คำถามคัดกรอง: แยกประเภทระหว่าง Dyadic (ไม่อยากกับแฟน) vs Solitary (ช่วยตัวเองก็ไม่อยาก) เพื่อเช็กว่าเป็นปัญหาความสัมพันธ์หรือระบบร่างกาย

  2. ตรวจเลือด:

    • Testosterone (ตรวจช่วงเช้า)

    • LH, FSH และ Prolactin

    • TSH (ไทรอยด์)

  3. การประเมินด้านจิตใจ: ประเมินภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล (Performance Anxiety)

4. แนวทางการรักษาที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล (Evidence-Based)

A. การปรับเปลี่ยนพื้นฐาน (The Foundation)

  • Lifestyle Modification: การนอนหลับที่มีคุณภาพ (7-8 ชม.) และการลดแอลกอฮอล์ บุหรี่ มีผลอย่างมากต่อระดับฮอร์โมนธรรมชาติ

  • Psychosexual Therapy: การบำบัดทางเพศ (ทั้งแบบเดี่ยวและคู่) ช่วยลดความกดดันและสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการมีเพศสัมพันธ์

B. การรักษาด้วยยาและฮอร์โมน (Medical Intervention)

  • Testosterone Replacement Therapy (TRT): ใช้ในรายที่ผลเลือดต่ำชัดเจน และมีอาการ จะช่วยเพิ่มตวามต้องการได้จริง แต่ต้องติดตามค่าเลือด เช่น Hct, PSA อย่างใกล้ชิด

  • Dopamine Agonists: หากสาเหตุเกิดจาก Prolactin สูง การใช้ยาอย่าง Cabergoline จะช่วยกู้ความต้องการคืนมาได้

5. นวัตกรรมใหม่และงานวิจัยที่น่าจับตา (Emerging Therapies)

สำหรับเคสที่รักษาแบบมาตรฐานแล้วไม่เห็นผล หรือต้องการทางเลือกใหม่:

  • Kisspeptin: Master Switch แห่งความต้องการทางเพศ งานวิจัยแบบ RCT ล่าสุดชี้ว่าการให้ Kisspeptin ช่วยกระตุ้นสมองส่วนที่คุมความอยาก (Sexual Brain Processing) ได้โดยตรง ถือเป็นความหวังใหม่ของยาเพิ่มความต้องการในอนาคต

  • Oxytocin Therapy: งานวิจัยเริ่มชี้ให้เห็นบทบาทของ ฮอร์โมนแห่งความผูกพัน ในรูปแบบยาพ่นจมูกที่อาจช่วยเรื่องการตอบสนองทางเพศ

  • Melanocortin Agonists (PT-141): กระตุ้น Receptor ในสมองโดยตรง แม้ปัจจุบันจะอนุมัติให้ใช้ในผู้หญิง แต่มีข้อมูล Off-label ในผู้ชายที่น่าสนใจในแง่การกระตุ้นอารมณ์เฉียบพลัน

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

Q1: ผู้ชาย libido ลด “ต้องตรวจฮอร์โมนทุกคนไหม?”
A: ไม่จำเป็นทุกคน แต่ถ้ามีอาการชัด เรื้อรัง มีอาการร่วมที่ชวนสงสัยฮอร์โมน แพทย์มักพิจารณาตรวจ testosterone และบางรายตรวจ prolactin ไทรอยด์ร่วม

Q2: Testosterone ต่ำแปลว่า libido ต้องต่ำเสมอไหม?
A: ไม่เสมอไป แต่ถ้ามีภาวะขาด testosterone จริงและมีอาการ TRT มีหลักฐานว่าช่วย libido ได้ (โดยรวมขนาดผลระดับเล็กถึงปานกลางในภาพรวมงานวิจัย)

Q3: เครียดกับงานทำให้ไม่อยากจริงไหม?
A: จริง เพราะความต้องการทางเพศมีองค์ประกอบทั้งชีวภาพ จิตใจ และบริบทความสัมพันธ์ และความกังวลทำให้สมองโฟกัส  ความเสี่ยง/ความล้มเหลว แทนความรู้สึกอยาก

Q4: กินยาต้านซึมเศร้าแล้วไม่อยาก เป็นเรื่องปกติไหม?
A: พบได้บ่อย และควรคุยกับแพทย์ผู้รักษาเพื่อหาทางเลือกที่สมดุล

Q5: Kisspeptin คือ “ยากู้ libido” แล้วหรือยัง?
A: ยังไม่ใช่มาตรฐาน แต่มี RCT ในผู้ชาย HSDD ที่ให้สัญญาณน่าสนใจเรื่อง sexual brain processing และตัวชี้วัด desire/arousal จึงเป็นแนวทางที่น่าจับตาในอนาคต

Q6: PT-141/Bremelanotide ใช้ในผู้ชายได้ไหม?
A: มีข้อมูลวิจัยเก่าบางส่วนในผู้ชายด้าน erection แต่ bremelanotide ถูกอนุมัติสำหรับ HSDD ในผู้หญิง (ไม่ใช่ผู้ชาย) และมีผลข้างเคียงสำคัญ จึงยังไม่ใช่แนวทางมาตรฐานสำหรับผู้ชาย

นพ.ธนาคม สุขเจริญ

แพทย์ด้านสุขภาพเพศ และแพทย์เฉพาะทาง Preventive Medicine

 

*บทความนี้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยเฉพาะบุคคล หากมีอาการต่อเนื่องหรือกระทบความสัมพันธ์ สุขภาพจิต ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

บทความที่เกี่ยวข้อง